สายด่วนสั่งซื้อประกัน 3+ ทางโทรศัพท์ 089 255 8749
VIEWALL | ประกัน 2 + | ประกัน 3 + | ประกันชั้น 3 | ประกันชั้น 1 แคมเปญ
ประกัน 3 plus แอลเอ็มจี
ทุนประกัน 100,000
ประกันชั้น 3 plus ไทยพานิชณ์สามัคคี
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 3 plus ทิพยประกันภัย
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 3 plus asia
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 2 plus แอลเอ็มจี
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 2 plus ไทยพาณิชณ์สามัคคี
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 2 plus ทิพยประกันภัย
ทุนประกัน 100,000
ประกัน 2 plus asia
ทุนประกัน 100,000
|
ตารางเปรียบเทียบ ประกันภัยรถยนต์ ชนิดต่างๆ |
ความคุ้มครอง |
ประกันชั้น 1
|
ประกัน 2+
|
ประกัน 2
|
ประกัน 3+
|
ประกันชั้น 3
|
ความเสียหายต่อรถยนต์
ที่ประกันทุกกรณี |
ตามทุนประกัน |
|
|
|
|
ความเสียหายต่อรถยนต์
ที่ประกันกรณีการชน
คู่กรณีเป็นยานพาหนะ
ทางบก ไม่เกิน บาท / ครั้ง |
ตามทุนประกัน |
ตามทุนประกัน
ที่กำหนด |
|
ตามทุนประกัน
ที่กำหนด |
|
| รถยนต์สูญหายไฟไหม้ |
ตามทุนประกัน |
ตามทุนประกัน |
ตามทุนประกัน |
|
|
ชีวิตร่างกายบุคคลภายนอก
บาท/คน
ไม่เกิน บาท /ครั้ง |
คุ้มครอง
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
คุ้มครอง
|
ทรัพย์สินบุคคลภายนอก
บาท/ครั้ง |
|
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
อุบัติเหตุส่วนบุคคล
ในรถที่เอาประกัน
บาท/คน/ครั้ง |
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
ค่ารักษาพยาบาลบุคคล
ในรถที่เอาประกัน
บาท/คน/ครั้ง |
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
|
|
ประกันตัวผู้ขับขี่
บาท/ครั้ง |
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
คุ้มครอง
|
|
|
| ค่าเสียหายส่วนแรก |
2,000 (กรณีถูกชน
และไม่มีคู่กรณี) |
2,000&ไม่มี |
|
2,000&ไม่มี |
|
|
|
ไม่คุ้มครอง
* รถเก๋ง รถกระบะและรถโดยสาร |
| |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
XpressCenterTeam โทร.02 9390923 กด 14 หรือ Live Chat Support |
เงื่อนไขความคุ้มครอง ประกัน 3+,ประกัน 2+
ประกัน 3+
เงื่อนไข กรมธรรม์ ประกัน 3+
- 1. คำนิยามศัพท์เมื่อใช้ในกรมธรรม์หรือ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์นี้
- “บริษัท” หมายถึง บริษัทที่ออกกรมธรรม์
- “ผู้เอาประกันภัย” หมายถึง บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย ในตาราง
- “รถยนต์” หมายถึง รถยนต์ที่เอาประกันภัย ซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
- “ตาราง” หมายถึง ตารางแห่งกรมธรรม์นี้
- “อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
- “ความ เสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหาย อันมีการคุ้มครอง ตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
- ข้อ 2.การยกเว้นทั่วไป
- 2.1 กรมธรรม์นี้ ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความรับผิด อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจาก
- 2.2 สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการ ที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
- 2.3 สงคราม กลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
- 2.4 วัตถุ อาวุธปรมาณู การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสี จากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณู อันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของข้อสัญญานี้ การเผานั้น รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง
- ข้อ3.การจัดการเรียกร้องเมื่อเกิดความเสียหาย
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ 4. ความรับผิดของบริษัท เมื่อมีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ5.การแก้ไข
- สัญญาคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์นี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยเอกสารแนบท้ายของบริษัทเท่านั้น
- ข้อ6.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี
- 6.1
- กรมธรรม์ ประกัน 3+ เป็นแบบแพ็คเกจปกติจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน มีเพียงบางบริษัทที่ให้สิทธิส่วนลดข้อนี้
- ข้อ 7. การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี
- กรมธรรม์ ประกัน 3+ เป็นแบบแพ็คเกจจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน
- ข้อ8.การโอนรถยนต์
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
- ข้อ9.การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
- ใน กรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอม และให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาด โดยอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ
- ข้อ10.การตีความกรมธรรม์ประกันภัย
- ข้อ ที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ ให้ตีความตามคู่มือการตีความที่นายทะเบียน ได้ให้ความเห็นชอบไว้
- ข้อ1.การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์
- กรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะสิ้นผลบังคับเมื่อ
- 11.1 ณ วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
- 11.2 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย
- หาก ผู้เอาประกันภัย ไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะเอาประกันภัยอีกต่อไป และให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว เสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่า เป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง
- 11.3 มีการบอกเลิกกรมธรรม์
- 11.3.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก : บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้าย ที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และในกรณีนี้ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
- 11.3.2 ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก : ผู้เอาประกันภัย อาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
| จำนวนวันประกันภัย |
ร้อยละของเบี้ยเต็มปี |
จำนวนวันประกันภัย |
ร้อยละของเบี้ยเต็มปี |
|
1-9
|
72
|
190-199
|
29
|
|
10-19
|
68
|
200-209
|
27
|
|
20-29
|
65
|
210-219
|
25
|
|
30-39
|
63
|
220-229
|
23
|
|
40-49
|
61
|
230-239
|
22
|
|
50-59
|
59
|
240-249
|
20
|
|
60-69
|
56
|
250-259
|
18
|
|
70-79
|
54
|
260-269
|
16
|
|
80-89
|
52
|
270-279
|
15
|
|
90-99
|
50
|
280-289
|
13
|
|
100-109
|
48
|
290-299
|
12
|
|
110-119
|
46
|
300-309
|
10
|
|
120-129
|
44
|
310-319
|
8
|
|
130-139
|
41
|
320-329
|
6
|
|
140-149
|
39
|
330-339
|
4
|
|
150-159
|
37
|
340-349
|
3
|
|
160-169
|
35
|
350-359
|
1
|
|
170-179
|
32
|
360-366
|
0
|
|
180-189
|
30
|
|
|
- ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้
- 1.1
- ความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทต่อคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคนที่ระบุไว้ในตาราง และความรับผิดของบริษัทต่อครั้ง ในกรณีมากกว่าหนึ่งคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตาราง บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
- 1.2
- ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
- (ก) ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง
- (ข) เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
- (ค) ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ใน หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
- ข้อ 2. ความเสียหายส่วนแรก
- ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
- (ก)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง
- (ข)
- ตามจำนวนเงินส่วนแรกของความเสียหาย ดังระบุไว้ในตาราง
- (ค)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายส่วนแรกเกินหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม (ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
- ข้อ 3. ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
- ถ้า ผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
- ข้อ 4. การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
- บริษัท จะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
- 4.1
- บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์
- 4.2
- บุคคล นั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 5. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้น จะต้องรับผิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 6. การคุ้มครองนายจ้าง
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองถึงนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย เมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการ ที่จ้าง ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่า
- 6.1
- นายจ้างต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้
- 6.2
- นายจ้างไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- 6.3
- การคุ้มครองนี้ไม่เพิ่มจำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท
- ข้อ7. การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
- 7.1
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง
- 7.2
- การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น
- 7.3
- การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
- 7.4
- การ ใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
- 7.5
- ความรับผิดซึ่งเกิดจากสัญญาที่ผู้ขับขี่ทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้ว ความรับผิดของผู้ขับขี่จะไม่เกิดขึ้น
- 7.6
- การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ข้อ8.ข้อสัญญาพิเศษ
- ภาย ใต้จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1, 7.2, 7.3, 7.4, 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้ ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นำมาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้
- ใน กรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัท
- ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
- ความ เสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ และความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตารางไฟไหม้ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่นใด
- ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
- 2.1
- ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ในกรณีที่เอาประกันภัยไว้ตามทุนประกันแบบแพ็คเกจ ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่า การคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
- 2.2
- กรณี รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัย ที่นายทะเบียนจัดตั้ง
- ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
- ข้อ 3. การดูแลขนย้าย
- เมื่อ รถยนต์เกิดความเสียหาย ซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมแซม
- ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก
- ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
- (ก)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหาย อันเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก ในกรณีผู้เอาประกันภัย เ็ป็นฝ่ายผิด
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
- ข้อ 5. การรักษารถยนต์
- ผู้ เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง เมื่อเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น หรือต้องประสบอุบัติเหตุอื่น เนื่องจากการใช้รถยนต์ ก่อนที่จะมีการซ่อมแซมตามที่จำเป็น หรือไม่ได้จัดให้มีการดูแล เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องเสีย
- ข้อ 6. การสละสิทธิ
- ใน กรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้น บริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
- ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภัยนี้ จะไม่คุ้มครอง
- 7.1
- ความเสียหาย อันเกิดจากการชน ในกรณีผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ความเสียหายอันไม่ได้เกิดจากชนกับยานพาหนะทางบก เช่น เฉี่ยว เสา ชนกำแพง พลิกคว่ำเอง
- 7.2
- การ แตกหักของเครื่องจักรกลไกของรถยนต์ หรือการเสีย หรือการหยุดเดินของเครื่องจักรกลไก หรือเครื่องไฟฟ้าของรถยนต์ อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- 7.3
- ความเสียหายโดยตรงต่อรถยนต์ อันเกิดจากการบรรทุกน้ำหนัก หรือจำนวนผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- 7.4
- ความ เสียหายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาด หรือการระเบิด เว้นแต่กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอื่น ของรถยนต์ในเวลาเดียวกัน
- 7.5
- ความ เสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ เว้นแต่การขาดการใช้รถยนต์นั้น เกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือซ่อมล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- ข้อ 8. การยกเว้นการใช้ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
- 8.1
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
- 8.2
- การใช้รถยนต์ไปในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพย์ติด เป็นต้น
- 8.3
- การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
- ข้อ 9. การยกเว้นการใช้อื่น ๆ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
- 9.1
- การ ใช้ลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
- 9.2
- การใช้รถยนต์นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในตาราง ในขณะเกิดอุบัติเหตุ
- 9.3
- การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- 9.4
- การ ขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใด ๆ หรือเคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์
- การ ยกเว้นตามข้อ 9.1 9.2 9.3 9.4 จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้น และมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัย ตามกรมธรรม์นี้ แต่ในกรณีที่เป็นการประกันภัย ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ การยกเว้นตาม 9.4 จะไม่นำมาใช้บังคับ หากผู้ขับขี่ในขณะเกิดความเสียหาย เป็นผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย. 01)
- -
- ผู้ ได้รับความคุ้มครอง หมายถึง ผู้ขับขี่/หรือผู้โดยสาร ตามจำนวนที่ระบุในตาราง ซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
- -
- อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดผลที่ผู้ได้รับความคุ้มครอง มิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง และให้หมายความรวมถึงการถูกฆาตกรรมด้วย
- -
- การสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ให้รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้น โดยถาวรสิ้นเชิง
- -
- การสูญเสียสายตา หมายถึง ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้หายได้ตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพถาวร หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด หรือทำงานใด เพื่อสินจ้างได้โดยสิ้นเชิง และตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพ ชั่วคราว หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงาน ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยสิ้นเชิงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย อันเกิดจากความบาดเจ็บ ของผู้ได้รับความคุ้มครองโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้
- การคุ้มครองข้อ 1. เสียชีวิต
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกัน ในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ใน และเสียชีวิต เพราะเหตุบาดเจ็บนั้นก็ดี บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ให้แก่ทายาทของผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ2. สูญเสีย มือ เท้า สายตา
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ แต่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ดังกำหนดข้างล่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองดังนี้
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนตามข้อนี้เพียงรายการสูงสุดรายการเดียวเท่านั้น
- การคุ้มครองข้อ 3. ทุพพลภาพถาวร
- ถ้า ความบาดเจ็บมีผลภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดทุพพลภาพถาวร และทุพพลภาพถาวรนั้น ได้เป็นเวลาติดต่อไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยดังระบุไว้ในตาราง หักด้วยจำนวนเงินที่ใช้ หรือต้องใช้ ตามการคุ้มครองข้อ 1. หรือข้อ 2. ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ 4. ทุพพลภาพชั่วคราว
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่ยังทุพพลภาพอยู่ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง แต่ไม่เกิน 52 สัปดาห์ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
- บริษัท จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามการคุ้มครองข้อนี้ หากอุบัติเหตุมีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดความสูญเสียตามการคุ้มครอง ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. หากความสูญเสียมีผลทำให้ มีทุพพลภาพถาวรเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับความคุ้มครองตามการคุ้มครอง ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทใช้ตามการคุ้มครองข้อนี้ จะมีการหักจากจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่บริษัทต้องใช้ตามการคุ้มครองข้อ 3.
- การยกเว้น
- การ ขยายเพิ่มเติมนี้ ไม่คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือการทุพพลภาพ อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมทั้งหมดหรือบางส่วน จากการกระทำผิดอาชญากรรมสถานหนัก โดยผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น
- เงื่อนไขอื่น
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 02)
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 0
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะประกันตัวผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ระบุไว้ในตารางเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา
การประกันตัวบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
เงื่อนไข : การขยายเพิ่มเติมนี้ อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไข และการยกเว้นแห่งกรมธรรม์ ที่ปรากฏในสัญญาหมวดเงื่อนไขทั่วไป
ประกัน 2+
เงื่อนไข กธ.ประกัน 2+
- 1. คำนิยามศัพท์เมื่อใช้ในกรมธรรม์ หรือ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์นี้
- “บริษัท” หมายถึง บริษัทที่ออกกรมธรรม์
- “ผู้เอาประกันภัย” หมายถึง บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัย ในตาราง
- “รถยนต์” หมายถึง รถยนต์ที่เอาประกันภัย ซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
- “ตาราง” หมายถึง ตารางแห่งกรมธรรม์นี้
- “อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
- “ความ เสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหาย อันมีการคุ้มครอง ตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง
- ข้อ 2.การยกเว้นทั่วไป
- 2.1 กรมธรรม์นี้ ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความรับผิด อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจาก
- 2.2 สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการ ที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
- 2.3 สงคราม กลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
- 2.4 วัตถุ อาวุธปรมาณู การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสี จากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณู อันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของข้อสัญญานี้ การเผานั้น รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง
- ข้อ3.การจัดการเรียกร้องเมื่อเกิดความเสียหาย
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ 4. ความรับผิดของบริษัท เมื่อมีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
- เมื่อ มีความเสียหาย หรือความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการอันจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการในนามของผู้เอาประกันภัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ ความคุ้มครองของบริษัท จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่ ดำเนินการโดยสุจริต
- ข้อ5.การแก้ไข
- สัญญาคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์นี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยเอกสารแนบท้ายของบริษัทเท่านั้น
- ข้อ6.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี
- 6.1
- กรมธรรม์ ประกัน 2+ เป็นแบบแพ็คเกจปกติจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน มีเพียงบางบริษัทที่ให้สิทธิส่วนลดข้อนี้
- ข้อ 7. การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี
- กรมธรรม์ ประกัน 2+ เป็นแบบแพ็คเกจจึงไม่ได้ใช้กฎข้อนี้กับผู้เอาประกัน
- ข้อ8.การโอนรถยนต์
- ใน กรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้
- ข้อ9.การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
- ใน กรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอม และให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาด โดยอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับกรมการประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ
- ข้อ10.การตีความกรมธรรม์ประกันภัย
- ข้อ ที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ ให้ตีความตามคู่มือการตีความที่นายทะเบียน ได้ให้ความเห็นชอบไว้
- ข้อ1.การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์
- กรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะสิ้นผลบังคับเมื่อ
- 11.1 ณ วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
- 11.2 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย
- หาก ผู้เอาประกันภัย ไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะเอาประกันภัยอีกต่อไป และให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว เสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่า เป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง
- 11.3 มีการบอกเลิกกรมธรรม์
- 11.3.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก : บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้าย ที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว และในกรณีนี้ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
- 11.3.2 ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก : ผู้เอาประกันภัย อาจบอกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
| จำนวนวันประกันภัย |
ร้อยละของเบี้ยเต็มปี |
จำนวนวันประกันภัย |
ร้อยละของเบี้ยเต็มปี |
|
1-9
|
72
|
190-199
|
29
|
|
10-19
|
68
|
200-209
|
27
|
|
20-29
|
65
|
210-219
|
25
|
|
30-39
|
63
|
220-229
|
23
|
|
40-49
|
61
|
230-239
|
22
|
|
50-59
|
59
|
240-249
|
20
|
|
60-69
|
56
|
250-259
|
18
|
|
70-79
|
54
|
260-269
|
16
|
|
80-89
|
52
|
270-279
|
15
|
|
90-99
|
50
|
280-289
|
13
|
|
100-109
|
48
|
290-299
|
12
|
|
110-119
|
46
|
300-309
|
10
|
|
120-129
|
44
|
310-319
|
8
|
|
130-139
|
41
|
320-329
|
6
|
|
140-149
|
39
|
330-339
|
4
|
|
150-159
|
37
|
340-349
|
3
|
|
160-169
|
35
|
350-359
|
1
|
|
170-179
|
32
|
360-366
|
0
|
|
180-189
|
30
|
|
|
- ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้
- 1.1
- ความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทต่อคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคนที่ระบุไว้ในตาราง และความรับผิดของบริษัทต่อครั้ง ในกรณีมากกว่าหนึ่งคน จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตาราง บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
- 1.2
- ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
- (ก) ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง
- (ข) เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
- (ค) ทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ใน หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
- ข้อ 2. ความเสียหายส่วนแรก
- ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
- (ก)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง
- (ข)
- ตามจำนวนเงินส่วนแรกของความเสียหาย ดังระบุไว้ในตาราง
- (ค)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายส่วนแรกเกินหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม (ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
- ข้อ 3. ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
- ถ้า ผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
- ข้อ 4. การคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่
- บริษัท จะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แต่มีเงื่อนไขว่า
- 4.1
- บุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามกรมธรรม์
- 4.2
- บุคคล นั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 5. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้น จะต้องรับผิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลนั้นไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงจะรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- ข้อ 6. การคุ้มครองนายจ้าง
- กรมธรรม์ นี้ให้ความคุ้มครองถึงนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย เมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการ ที่จ้าง ทั้งนี้เฉพาะเท่าที่มีการประกันภัยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่า
- 6.1
- นายจ้างต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้
- 6.2
- นายจ้างไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์อื่น เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น
- 6.3
- การคุ้มครองนี้ไม่เพิ่มจำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท
- ข้อ7. การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามหมวดนี้ ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
- 7.1
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง
- 7.2
- การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น
- 7.3
- การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
- 7.4
- การ ใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
- 7.5
- ความรับผิดซึ่งเกิดจากสัญญาที่ผู้ขับขี่ทำขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีสัญญานั้นแล้ว ความรับผิดของผู้ขับขี่จะไม่เกิดขึ้น
- 7.6
- การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ข้อ8.ข้อสัญญาพิเศษ
- ภาย ใต้จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1, 7.2, 7.3, 7.4, 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้ ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นำมาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้
- ใน กรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัท
- ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
- ความ เสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ และความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตารางไฟไหม้ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่นใด
- ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
- 2.1
- ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ในกรณีที่เอาประกันภัยไว้ตามทุนประกันแบบแพ็คเกจ ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่า การคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
- 2.2
- กรณี รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัย ที่นายทะเบียนจัดตั้ง
- ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
- ข้อ 3. การดูแลขนย้าย
- เมื่อ รถยนต์เกิดความเสียหาย ซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมแซม
- ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก
- ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้
- (ก)
- 2,000 บาทแรกของความเสียหาย อันเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก ในกรณีผู้เอาประกันภัย เ็ป็นฝ่ายผิด
- ใน กรณีที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเองตาม บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัย ต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท
- ข้อ 5. การรักษารถยนต์
- ผู้ เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง เมื่อเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น หรือต้องประสบอุบัติเหตุอื่น เนื่องจากการใช้รถยนต์ ก่อนที่จะมีการซ่อมแซมตามที่จำเป็น หรือไม่ได้จัดให้มีการดูแล เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องเสีย
- ข้อ 6. การสละสิทธิ
- ใน กรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้น บริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
- ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภัยนี้ จะไม่คุ้มครอง
- 7.1
- ความเสียหาย อันเกิดจากการชน ในกรณีผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ความเสียหายอันไม่ได้เกิดจากชนกับยานพาหนะทางบก เช่น เฉี่ยว เสา ชนกำแพง พลิกคว่ำเอง
- 7.2
- การ แตกหักของเครื่องจักรกลไกของรถยนต์ หรือการเสีย หรือการหยุดเดินของเครื่องจักรกลไก หรือเครื่องไฟฟ้าของรถยนต์ อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- 7.3
- ความเสียหายโดยตรงต่อรถยนต์ อันเกิดจากการบรรทุกน้ำหนัก หรือจำนวนผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อันมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- 7.4
- ความ เสียหายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาด หรือการระเบิด เว้นแต่กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอื่น ของรถยนต์ในเวลาเดียวกัน
- 7.5
- ความ เสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ เว้นแต่การขาดการใช้รถยนต์นั้น เกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือซ่อมล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- ข้อ 8. การยกเว้นการใช้ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
- 8.1
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
- 8.2
- การใช้รถยนต์ไปในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพย์ติด เป็นต้น
- 8.3
- การใช้ในการแข่งขันความเร็ว
- ข้อ 9. การยกเว้นการใช้อื่น ๆ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง
- 9.1
- การ ใช้ลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดัน ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน
- 9.2
- การใช้รถยนต์นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในตาราง ในขณะเกิดอุบัติเหตุ
- 9.3
- การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- 9.4
- การ ขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใด ๆ หรือเคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์
- การ ยกเว้นตามข้อ 9.1 9.2 9.3 9.4 จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้น และมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัย ตามกรมธรรม์นี้ แต่ในกรณีที่เป็นการประกันภัย ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ การยกเว้นตาม 9.4 จะไม่นำมาใช้บังคับ หากผู้ขับขี่ในขณะเกิดความเสียหาย เป็นผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์
- ข้อ1.ข้อตกลงคุ้มครอง
- รถ ยนต์สูญหาย ไฟไหม้ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์เกิดไฟไหม้ หรือสูญหายไป ความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตาราง
ความสูญหาย ในที่นี้ให้หมายความรวมถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำเช่นว่านั้น ไฟไหม้ ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่น
- ข้อ 2.การชดใช้ความเสียหายหรือสูญหายต่อรถยนต์
- 2.1
- ใน กรณีรถยนต์สูญหาย อันเกิดจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตาราง โดยผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี ในกรณีที่บริษัทได้รับรถยนต์คืนมาแล้ว บริษัทต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับรถยนต์คืนมา ตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัททราบ และบริษัทยินยอมให้ผู้เอาประกันภัยใช้สิทธิ
- 2.2.1
- ขอ รับรถยนต์คืน โดยผู้เอาประกันภัยต้องคืนเงินที่ได้รับชดใช้ไปทั้งหมด ให้แก่บริษัท ถ้ารถยนต์นั้นเกิดความเสียหาย บริษัทต้องจัดซ่อมให้ โดยใช้ค่าใช้จ่ายของบริษัทก่อนคืน
- 2.2.2
- สละสิทธิไม่ขอรับรถยนต์คืน
- ทั้ง นี้ผู้เอาประกันภัย จะต้องแจ้งการใช้สิทธิให้บริษัททราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากบริษัท ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งขอใช้สิทธิ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัย ไม่ประสงค์จะขอรับรถยนต์คืน
- 2.2
- ใน กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ที่ระบุไว้ในตารางที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด
- 2.3
- ใน กรณีรถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง หรือสูญหายบางส่วน บริษัทและผู้เอาประกันภัย อาจตกลงกันใหม่ให้มีการซ่อม ในวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองแบบแพ็คเกจไว้ ทั้งนี้รวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์ของรถยนต์นั้น หรือจะชดใช้เงิน เพื่อทดแทนความเสียหายหรือสูญหายนั้นก็ได้ ในการซ่อมรถยนต์ หรือในการกำหนดจำนวนเงินชดใช้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้จัดซ่อมโดยอู่กลางกรมการประกันภัยที่นายทะเบียนจัดตั้ง
- ข้อ จำกัดความรับผิดของบริษัท : ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ
- ข้อ3.การดูแลขนย้าย
- เมื่อ มีความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดไฟไหม้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษาเครื่องยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมด นับแต่วันเกิดเหตุจนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้น ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม
- ข้อ4.การสละสิทธิ
- ใน กรณีที่มีความเสียหายหรือสูญหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย บริษัทสละสิทธิ์ในการไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์นั้น เว้นแต่การใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อม โดยการซ่อมนั้นบริษัทมิได้เป็นผู้สั่ง หรือให้ความยินยอม
- ข้อ 5. การยกเว้นรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ การประกันภัยนี้ ไม่คุ้มครองความสูญหาย หรือไฟไหม้อันเกิดจาก
- 5.1
- ความ เสียหายหรือสูญหาย อันเกิดจากการลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์ โดยบุคคลได้รับมอบหมาย หรือครอบครองรถยนต์ ตามสัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาจำนำ หรือโดยบุคคลที่จะกระทำสัญญาดังกล่าวข้างต้น
- 5.2
- การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย. 01)
- -
- ผู้ ได้รับความคุ้มครอง หมายถึง ผู้ขับขี่/หรือผู้โดยสาร ตามจำนวนที่ระบุในตาราง ซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
- -
- อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดผลที่ผู้ได้รับความคุ้มครอง มิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง และให้หมายความรวมถึงการถูกฆาตกรรมด้วย
- -
- การสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ให้รวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้น โดยถาวรสิ้นเชิง
- -
- การสูญเสียสายตา หมายถึง ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาให้หายได้ตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพถาวร หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด หรือทำงานใด เพื่อสินจ้างได้โดยสิ้นเชิง และตลอดไป
- -
- ทุพพลภาพ ชั่วคราว หมายถึง ทุพพลภาพถึงขนาดที่ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงาน ในอาชีพประจำตามปกติได้โดยสิ้นเชิงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
- บริษัท จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญเสีย อันเกิดจากความบาดเจ็บ ของผู้ได้รับความคุ้มครองโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้
- การคุ้มครองข้อ 1. เสียชีวิต
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกัน ในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ใน และเสียชีวิต เพราะเหตุบาดเจ็บนั้นก็ดี บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง ให้แก่ทายาทของผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ2. สูญเสีย มือ เท้า สายตา
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ แต่มีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุก็ดี หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ได้รับการสูญเสียโดยสิ้นเชิง ดังกำหนดข้างล่างนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองดังนี้
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
- 100%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- 50%
- ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมูล หรือเท้าสองข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
- บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนตามข้อนี้เพียงรายการสูงสุดรายการเดียวเท่านั้น
- การคุ้มครองข้อ 3. ทุพพลภาพถาวร
- ถ้า ความบาดเจ็บมีผลภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดทุพพลภาพถาวร และทุพพลภาพถาวรนั้น ได้เป็นเวลาติดต่อไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยดังระบุไว้ในตาราง หักด้วยจำนวนเงินที่ใช้ หรือต้องใช้ ตามการคุ้มครองข้อ 1. หรือข้อ 2. ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
- การคุ้มครองข้อ 4. ทุพพลภาพชั่วคราว
- ถ้า ความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือความบาดเจ็บที่ได้รับ ทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน และเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพชั่วคราว บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่ยังทุพพลภาพอยู่ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง แต่ไม่เกิน 52 สัปดาห์ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
- บริษัท จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามการคุ้มครองข้อนี้ หากอุบัติเหตุมีผลทำให้ผู้ได้รับความคุ้มครอง เกิดความสูญเสียตามการคุ้มครอง ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. หากความสูญเสียมีผลทำให้ มีทุพพลภาพถาวรเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับความคุ้มครองตามการคุ้มครอง ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทใช้ตามการคุ้มครองข้อนี้ จะมีการหักจากจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่บริษัทต้องใช้ตามการคุ้มครองข้อ 3.
- การยกเว้น
- การ ขยายเพิ่มเติมนี้ ไม่คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือการทุพพลภาพ อันเกิดขึ้นเป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมทั้งหมดหรือบางส่วน จากการกระทำผิดอาชญากรรมสถานหนัก โดยผู้ได้รับความคุ้มครองนั้น
- เงื่อนไขอื่น
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 02)
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง ซึ่งได้เกิดขึ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบุคคลใด ซึ่งได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อคนในแต่ละครั้ง จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง และการขยายเพิ่มเติมนี้ มีผลบังคับเฉพาะต่อรถยนต์ที่ระบุไว้ในตาราง
- เอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่ารักษาพยาบาล (ร.ย. 0
- เป็นที่ตกลงกันว่า กรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
บริษัทจะประกันตัวผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ระบุไว้ในตารางเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา
การประกันตัวบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
เงื่อนไข : การขยายเพิ่มเติมนี้ อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไข และการยกเว้นแห่งกรมธรรม์ ที่ปรากฏในสัญญาหมวดเงื่อนไขทั่วไป